อีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า วงการร้านอาหาร บาร์ และธุรกิจท่องเที่ยวทั่วประเทศ กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หลังมาตรการ “ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ช่วง 14.00 – 17.00 น.” หรือที่หลายคนเรียกว่า “ปลดล็อกบ่ายสอง” กำลังจะครบกำหนดทดลองใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นี้

แม้ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มคุ้นชินกับการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แต่ในความเป็นจริง มาตรการดังกล่าวยังไม่ใช่การปลดล็อกถาวร และอนาคตหลังวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลว่าจะ “เดินหน้าต่อ” หรือ “กลับไปใช้กฎเดิม”

จากมาตรการทดลอง 180 วัน สู่รายได้ที่เพิ่มขึ้นจริง

มาตรการนี้เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568 ภายใต้ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2568 โดยอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. เป็นเวลา 180 วัน เพื่อประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสังคม

ตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ร้านอาหารจำนวนมากสะท้อนตรงกันว่า รายได้ช่วงบ่ายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะร้านในพื้นที่ท่องเที่ยว ร้านนั่งชิล และธุรกิจที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลายร้านประเมินว่า ยอดขายช่วงบ่ายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15-20% เพราะไม่ต้องปฏิเสธลูกค้าที่ต้องการสั่งเครื่องดื่มหลังมื้อกลางวัน ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติก็ลดความสับสนเกี่ยวกับกฎ “ห้ามขายช่วงบ่าย” ของไทย

ข้อมูลมาตรการปลดล็อกแอลกอฮอล์

ต่างประเทศจัดการอย่างไร? เมื่อ “เวลา” ไม่ใช่โจทย์หลักอีกต่อไป

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศท่องเที่ยวสำคัญในเอเชีย หลายประเทศไม่ได้ใช้ระบบ “งดขายช่วงบ่าย” แบบไทยอีกต่อไป แต่เลือกใช้วิธีควบคุมในรูปแบบอื่นแทน

Global Context
โมเดลการจัดการของต่างประเทศ
  • ญี่ปุ่น: สามารถจำหน่ายได้แทบตลอดวัน แต่เน้นบังคับใช้กฎหมายเรื่องอายุผู้ซื้อ การเมาแล้วขับ และวินัยทางสังคมอย่างเข้มงวดแทน
  • สิงคโปร์: ไม่มีงดขายช่วงบ่ายสำหรับร้านอาหารและบาร์ แต่คุมเข้มการขายในร้านค้าปลีกหลัง 22.30 น. และคุมพื้นที่สาธารณะอย่างเคร่งครัด

แต่อีกด้านหนึ่ง… คำถามเรื่องผลกระทบทางสังคมยังไม่จบ

แม้มาตรการปลดล็อกจะได้รับเสียงสนับสนุนจากภาคธุรกิจ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เครือข่ายด้านสาธารณสุขและกลุ่มรณรงค์ลดผลกระทบจากแอลกอฮอล์ ก็ยังคงแสดงความกังวลต่อเนื่อง ทั้งเรื่องอุบัติเหตุ การดื่มในกลุ่มเยาวชน ปัญหาสุขภาพ และความรุนแรงในครอบครัว

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “จะปลดล็อกหรือไม่” แต่คือ หากไทยจะเปิดเสรีมากขึ้น รัฐมีระบบควบคุมผลกระทบรองรับเพียงพอแล้วหรือยัง

แนวโน้มรัฐบาลจะตัดสินใจเมื่อไหร่?

ความชัดเจนน่าจะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคมนี้ โดยมีการคาดการณ์ว่ารัฐบาลอาจเลือกแนวทาง “ขยายเวลาเพิ่มเติม” หรือ “ปลดล็อกบางส่วน” มากกว่าปล่อยให้กฎหมายกลับไปใช้รูปแบบเดิมทันที เนื่องจากภาคธุรกิจเริ่มปรับตัวเข้ากับมาตรการใหม่ไปแล้ว

Deadline
เส้นตาย 31 พฤษภาคม: “ไปต่อ” หรือ “กลับไปกฎเดิม”
หากไม่มีการออกประกาศใหม่ กฎหมายจะกลับไปใช้รูปแบบเดิมทันทีตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป นั่นหมายความว่าร้านค้าทั่วประเทศจะต้องกลับมางดขายในช่วง 14.00 – 17.00 น. อีกครั้ง หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ